วิธีการพัฒนาความคิด
posted on 20 Jun 2008 19:29 by crazy-doru
สวัสดีครับ....ในที่สุดก็ได้ฤกษ์อัพบล็อกซะที เนื่องจากทางโรงเรียนหยุดครับ(โดยไม่ใช่เหตุผลการทางเมือง แต่เป็นเหตุผลทางความโง่&งี่เง่า ฮึ่ม....พูดๆไปก็ได้กลิ่นยากันยุงลอยมา = [] = +++ อ้ากกกก!!!!) ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีในรอบหนึ่งเดือนที่ผมดี เพราะฉะนั้นเรามาพูดถึงเรื่องที่มันมีสาระมากกว่านี้(มากกว่ายากันยุง)ดีกว่านะฮับ ^ ^
วันนี้ได้โอกาสครับ อ่านหนังสือพิมพ์เล่มนึง ที่ที่บ้านของผมบอกรับมา มีบทความนึงโดนใจผมเข้าอย่างจังเลยครับ....เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองครับทุกท่าน แต่จุดนี้ก็ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันแต่อย่างใด สิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ การพูดคุยเรื่องการเมืองของประชาชนครับ ก่อนจะเข้าเรื่องขอยกเครดิตก่อนครับ กลัวลืม เครดิต : คุณ “ซูม”
จากที่ผมได้อ่านบทความของเขาน่ะครับ ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีมาก ผมจึงนำมาเผยแพร่+วิเคราะห์ต่อนะครับ คือส่วนใหญ่แล้วทุก”คนก็ต้องเข้าสังคมใช่ไหมครับ? แล้วทีนี้ประเด็นสำคัญระดับชาติของเราตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นจาก การเมือง ,ราคาน้ำมัน ,เศรษฐกิจ ฯลฯ แต่เรื่องการเมืองเนี่ยส่วนใหญ่ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มๆไปใช่ไหมครับ โดยแบ่งเป็นฝ่ายเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และพวกยังไงก็ได้ ย้ำ “ยังไงก็ได้” ทำให้เรากลัวที่จะมานั่งคุยกันเรื่องนี้ เพราะถ้าหากอยู่กันคนละฝ่าย จากการคุยกัน ก็จะกลายเป็นการโต้เถียง ทำให้งานสังสรรค์กร่อยไป ดังนั้นเราจะเห็นว่า เมื่อมีงานเลี้ยงที่คนจำนวนมากมารวมตัวกัน มักจะมีคนนัดแนะก่อนเสมอว่า “ห้ามพูดเรื่องการเมืองนะ” ซึ่งที่จริงไม่ใคร่ถูกต้องนัก มันเกี่ยวกับระบบการพัฒนาความคิดอ่ะครับ คือว่าถ้าเราไม่พูดกัน ไม่ถกกัน เราก็จะไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลยครับ เราต้องมองจากหลายๆมุม และช่วยกันหาบทสรุปที่ดีที่สุด ผมว่าถ้าทำได้.....มันก็คงดีนะครับ แต่ผมไม่ได้รับประกันว่าจะดีมากนะครับ มันก็แค่คงจะดี“กว่า”นี้เท่านั้นเอง เรื่องอย่างนี้มันก็ต้องใช้วิจารณญาณอ่ะนะครับ โตๆกันแล้ว ก็คงพอจะคิดได้บ้าง เพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยโตเท่าไหร่ แต่ผมเห็นด้วยกับวิธีการพัฒนาความคิดวิธีนี้จริงๆครับ ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องพูดให้มาก(แต่ต้องมีสาระ) จะได้รู้จักมีเหตุผล มองสิ่งต่างๆในหลายๆแง่ .....ก็สังคมไม่ได้เกิดจากคนๆเดียวนี่ครับ..... ดังนั้นก็ต้องรู้จักรัก สามัคคี และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มันถึงจะถูก ^ ^
มีอีกเรื่องนึงครับที่จะนำมาแบ่งปันก็คือ วิชาการละลายพฤติกรรม(เขาว่ามาอย่างนั้นอ่ะครับ) เครดิต :: ไม่ทราบจริงๆครับ....ลืม
ให้ตอบคำถามต่อไปนี้นะครับ“สมมติว่าคุณกำลังขับรถอยู่...รถที่มี 2 ที่นั่ง แล้วระหว่างนั้นเองคุณก็ได้เจอคนสามคนอยู่ริมทาง คุณจะเลือกรับใคร...คนไหน
1.หมอที่เคยช่วยชีวิตคุณเอาไว้
2.คนป่วยอาการหนัก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด
3.คนที่คุณใฝ่ฝันถึง และไม่ได้พบเจอกันมานานแสนนาน
ตอบให้ดีนะครับ.....จะเลือกใคร หากมีที่ว่างอีกเพียง 1 ที่เท่านั้น....จะเลือกใคร....คนไหน”
>>ถ้าคุณตอบข้อที่หนึ่ง แสดงว่า คุณเป็นคนที่รู้บุญคุณคน
>>ตอบข้อสอง แปลว่า คุณเป็นคนที่มีมโนธรรม
>>ถ้าเลือกข้อสาม คือ คุณเป็นคนทำอะไรตามใจคนเอง....เห็นแก่ตัว (ไม่ได้จะว่าใครนะครับ ก็เขาเขียนมาอย่างนั้น)
แต่คำตอบที่ดีที่สุดก็คือ ให้ผู้ป่วยขึ้นรถไป โดยให้คุณหมอเป็นคนขับ จะได้ดูแลคนป่วยในระหว่าทางไปโรงพยาบาลได้ ส่วนตัวเองก็จะได้อยู่กับคนที่ไม่ได้เจอกันมาแสนนาน
เป็นไงละครับกับคำตอบของตน ซึ่งตรงนี้ได้สอนเราว่า บางปัญหาก็ไม่ได้มีเพียงทางออกเดียวเสมอไป อาจจะมีทางที่ดีกว่า ที่ทุกฝ่ายจะได้ผลประโยชน์ ไม่ได้รับผลเสียซักฝ่าย แต่ก็ต้องอาศัยความคิดกันนะครับ ณ จุดนี้
วันนี้ผมก็คงต้องจากไปก่อนนะครับ เพราะเวลาหมดแล้ว จริงๆกะจะลงเกี่ยวกับสาขาวิชาในระดับมหาลัย+การไปเดินเล่นที่ตึกTBTของผมด้วย แต่คงต้องยกไปคราวหน้าก่อนนะครับ ไม่มีเวลาแล้วครับ รีบสุดชีวิต ไปละนะครับ สวัสดีคร้าบบบบบบ~~~~~~~~~~~~
P.S.>>เพลงไม่ได้เข้ากับเนื้อหาเล้ย
>>เปลี่ยนธีมแล้ว Press REFRESH ,Please


เอาไป 3 ดาวเลยค่ะ
คนไทยต้องสามัคคีกัน สู้ๆ
#1 By Yeah~Love is PAIN... on 2008-06-20 21:19