ENOUGH OR NOT

posted on 24 May 2008 11:15 by crazy-doru

 

 

 

    ในที่สุด.....ผมก็ได้ฤกษ์อัพบล็อกแล้วขอรับทุกท่าน เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ผมไม่ต้องทำอะไร เป็นอิสระ ซึ่งในหนึ่งอาทิตย์จะมีเพียงวันเดียวเท่านั้นครับ แต่ก็ไม่วายต้องมานั่งสะสางงาน ไม่ว่างานบ้านหรืองานโรงเรียน เอาเถอะคนเราไม่ได้เด็กอย่างนี้ทุกวันนี่หว่า....ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตากันเข้าไปครับทุกท่าน

    ปีหน้าผมเองก็มีศึกหนักครับต้องเตรียมเลือกสายแล้ว  แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนไหวรึเปล่า....อนาถใจครับ  ช่วงนี้ก็กวดวิชากันเข้าไป ประมาณว่า....เรียนมันจนกว่าจะตายไปข้างนั่นล่ะครับ  แถมงานอดิเรกของผมก็ถูกงดไปโดยหม่อมแม่ครับ  ด้วยเหตุผลว่า"ไม่เห็นใจแม่เลยหรอ ที่ต้องออกจากบ้านมาทุกวัน"   ด้วยเหตุนี้นี่เอง ผมก็เลยไม่อาจซ้อมในวันนี้ นี่ก็ยังไม่ได้ขอลาซ้อมด้วย ไม่รู้จะโดนว่าอะไรบ้าง  แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ช่างเถอะครับ เพราะเครดิตผมย่อยยับเพราะท่านแม่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน  ผมต้องหน้าครูไม่ติดไปเป็นอาทิตย์  แต่พอเขาหายโกรธ...ผมก็ทำให้เขาโกรธได้ใหม่ในอีกเรื่อง เก่งไหมล่ะครับ???? หึหึ...ถึงแม้มันไม่ได้หน้าภูมิใจสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมก็เป็นนักโดดร่มมืออาชีพในสายตาเขาไปแล้วล่ะครับ  ประมาณว่าโดดอย่างน้อยอาทิตย์ละวันน่ะครับ  แต่ผมก็ไม่ได้อยากจะโดดซะหน่อย  โดนมองแบบนี้รู้สึกแย่จังครับ......

  ผมตั้งใจว่าปีนี้จะต้องย้ายโรงเรียนให้ได้...เลยตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ  แต่พออ่านไปเรื่อยๆเริ่มรู้สึกว่าทำไมผมโง่อย่างงี้ฟะ แล้วจะไปสู้ใครเขาได้หา??? ((ฟีลนี้อีกแล้วครับท่าน ประมาณว่าด่าตัวเอง))  เอาเหอะ ถ้าเราโง่ ก็ยิ่งต้องอ่านให้มากกว่าคนอื่นสักสิบเท่า!!!!  เห็นรุ่นน้องม.2คนนึงมานั่งเตรียมตัวสอบเตรียมฯ ผมก็มานั่งคิด...เออ ทำไมเราไม่คิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นฟะ มาถึงตอนนี้ก็รถด่วนขบวนสุดท้ายแล้ว เฮ่อ......  ส่วนรุ่นน้องอีกคน....ตรงข้ามกับคนแรกทุกอย่างครับ  ผมก็ พยายามเตือนแล้วนะ แต่ไม่เกิดผลใด  เสนอว่าเดี๋ยวติวให้ น้องแกก็ปฏิเสธ น่าสงสารนะครับ ผมไม่อยากให้น้องเขาเป็นแบบผม เพราะมันไม่ทันแล้วครับ เวลาเหลือไม่มาก อีกไม่กี่เดือนก็สอบแล้ว  จะทันรึเปล่าก็ไม่รู้

  ถ้าไม่ได้ก็เสียทั้งเงิน และ เวลาเปล่า เพราะปีนี้ผมได้เล่นดนตรีเป็นปีสุดท้าย หลังจากนี้ผมไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับมันได้อีก...นี่คือคำบัญชา...จากคนที่เหนือกว่าผม...

  วันนี้ตื่นเช้าเลยได้มีเวลามานั่งเขียนนานหน่อย ไม่งั้นก็ต้องนั่งทำงานนู่นงานนี่ไม่ได้มาอัพหรอกครับ  ตอนนี้การบ้านมันสุมหัวน่ะครับ ต้องทำเวลาครับ นี่ก็กะว่าจะไปซักผ้า+ล้างจานหลังอัพเสร็จ แล้วนั่งทำเลขที่ค้างไว้ต่อ

  ปัญหาตอนนี้ก็คือ...ก็ว่าจะเลิกยุ่งเรื่องพวกเอสเจ ดงบังฯ ซักพักหนึ่ง ก็ยังตัดไม่ขาดครับ เพื่อนที่นั่งๆรอบ เป็นพวกคลั่งเหมือนกัน ก็เลยต้องอดทนหน่อย ลด ละ เลิก((เฮ้ย!!!ไม่ใช่เหล้านะ)) ยิ่งตอนนี้เอสเจเอ็มกำลังดัง((รู้จักตั้งแต่ในไซเวิร์ลของจีนแล้ว)) เฮ้อๆๆๆ ต้องตัดให้ขาด เพื่ออนาคตของเรา!!!!!

  รู้สึกสับสน เหมือนมีชีวิตเพื่อหายใจทิ้งไปวันๆ อ่านหนังสือสร้างเสริมประสบการณ์!!!!!

  ผมว่าการอ่านมีประโยชน์มาก นะ ไม่ว่าอ่านหนังสืออะไรก็เถอะ ไม่ว่าจะการ์ตูน นิยาย หนังสือเรียน ฯลฯ เพราะอย่างน้อยถ้าเราอ่านนิยายก็จะได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับโลกภายนอกและสังคมในโลกนี้มากขึ้น  จะได้รู้เท่าทันคนอื่นครับ แล้วยังได้รู้ถึงความหมายของคำต่างๆด้วย เวลาเราพูดหรือเขียนอะไรก็จะได้มีคำให้เลือกใช้ได้หลากหลาย และสละสลวยยิ่งขึ้น หรือสามารถช่วยในการเรียบเรียงประโยชน์ให้มันดีขึ้น  แถมยังช่วยเสริมสร้างสมาธิด้วยนะครับทุกท่าน  แต่ก่อนผมน่ะอ่านหนังสือทุกวันแต่ละเล่ม400-500หน้าอัพทั้งนั้น ทำให้ผมเข้าใจอะไรก็ตามได้ง่ายขึ้น แตกต่างกับคนรู้จักของผมคนหนึ่งไม่อ่านหนังสืออะไร แม้แต่การ์ตูน!!!! เขาก็เลยไม่ค่อยเข้าใจอะไรสักเท่าไหร่ เวลาคนที่บ้านพูดประโยคที่แฝงความหมาย เขาก็จะงง ไม่เข้าใจครับ ต้องคอยให้แปลความหมายของประโยคนั้นตลอด  ดังนั้นอยากจะแนะนำให้ทุกคนอ่านหนังสือกันมากๆครับโดยเฉพาะน้องๆวัยประถมนี่กำลังดีเลยครับ อ่านหนังสือให้อ่านอย่างน้อยวันละ 30 นาที - 1 ชั่วโมงนะครับ จะอ่านนานกว่านี้ก็ได้ครับ แต่ไม่ควรน้อนกว่านี้ เพื่อเป็นการเสริมความรู้ที่ไม่ได้มีสอนในห้องเรียนให้แก่ตนเองครับ จะได้รู้ทันคน ไม่เสียทีโดนหลอกตกกลายเป็นเหยื่อของคนอื่นๆได้ครับ

ตอนนี้ขออนุญาตไปสะสางงานก่อนนะครับ เดี๋ยวจะกลับมาต่อ ไปล่ะนะครับ  .....สวัสดี.....

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า~

ตั้งใจอ่านหนังสือนะคะ สู้ๆ
ชีวิตเด็กกะลังเรียนก็งี้แหละคับ
วกวน วุ่นวาย ไร้อิสระ...แต่ก็เพื่ออนาคตคับ ทนหน่อย
ชีวิตวัยเด็กว่าน่าเบื่อแล้ว เด๋วรอเจอวัยทำงานก่อนเถอะ
ยังมากกว่านี้อีกเยอะ ก็แอบๆ หาไรทำแก้เซ็งบ้างน่ะ
ดีแล้วคับ เสริมอีกนิด...อ่านหนังสือคลายเครียดแล้วดูทีวี
บ้างก็ได้ ครับ ดูทีวีทั้งที่มีประโยชน์และไร้สาระ
ก็ทำให้สมองได้คิดเหมือนกันคับ double wink

#2 By p.cobra on 2008-05-27 22:53

ปีนี้ผมก็ตั้งเป้าไว้ว่าผมจะย้ายโรงเรียนให้ได้

แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่มันคงพอเลยครับ ทุกวันนี้ยังเล่นอยุ่

ผมว่ากิเลสผมมันหนามากครับ ล้างไงก็ไม่ออก

สงสัยว่าทำไมผมอ่อนแออย่างงี้(ทั้งจิตใจและสติปัญญาsad smile )

#3 By TheBlue♣[เรคเก้!] on 2008-05-31 23:16

Favourites

free counters

your code here